สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐอเมริกา (CBP) ดำเนินการคืนภาษีศุลกากรและดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้องแล้วเป็นมูลค่า 3.546 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ผู้นำเข้าที่เคยชำระภาษีนำเข้าภายใต้มาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตามข้อมูลล่าสุด ณ วันจันทร์ที่ 11 พ.ค.
เอกสารที่ยื่นต่อศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ซึ่งเผยแพร่ในวันอังคาร ระบุว่า ข้อมูลจนถึงวันจันทร์ที่ผ่านมา CBP ได้รับคำร้องขอคืนภาษีศุลกากรที่ปธน.ทรัมป์เรียกเก็บเมื่อปีที่แล้วภายใต้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) จำนวน 126,237 คำร้อง และได้อนุมัติไปแล้ว 86,874 คำร้อง
ขณะที่มีการประเมินว่า CBP อาจต้องคืนภาษีที่รัฐบาลทรัมป์เรียกเก็บภายใต้กฎหมาย IEEPA รวมมูลค่าสูงถึง 1.66 แสนล้านดอลลาร์
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ศาลฎีกาสหรัฐฯ ตัดสินว่ามาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์ภายใต้กฎหมาย IEEPA ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และประธานาธิบดีไม่มีอำนาจเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศคู่ค้าเกือบทั้งหมดของสหรัฐฯ
ไม่นานหลังจากศาลฎีกามีคำตัดสินดังกล่าว ปธน.ทรัมป์ได้ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรทั่วโลกชั่วคราวในอัตรา 10% ภายใต้กฎหมายการค้าปี 2517 อย่างไรก็ตาม ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ มีคำตัดสินเพิกถอนมาตรการดังกล่าวเมื่อวันที่ 7 พ.ค. โดยศาลระบุว่า มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 2517 อนุญาตให้ใช้มาตรการภาษีศุลกากรเฉพาะในกรณีที่ดุลการชำระเงินขาดดุลอย่างรุนแรงและมีนัยสำคัญเท่านั้น
ทั้งนี้ ขณะที่กระบวนการคืนภาษีศุลกากรให้ผู้นำเข้ากำลังดำเนินอยู่ ผู้บริโภคบางส่วนก็ได้ยื่นฟ้องร้องแบบกลุ่ม เพื่อเรียกร้องให้มีการคืนเงินให้ผู้บริโภคเช่นกัน เนื่องจากบริษัทจำนวนมากผลักภาระต้นทุนจากภาษีไปยังผู้บริโภคผ่านการปรับขึ้นราคาสินค้า