ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนกำหนดการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งออกไปอีกราว 5-6 สัปดาห์ โดยระบุสาเหตุว่าจำเป็นต้องอยู่บัญชาการรบในสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน พร้อมแสดงท่าทีแข็งกร้าวผ่านโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ ไม่ต้องการความช่วยเหลือทางทหารจากชาติพันธมิตรใด ๆ อีกต่อไป
เดิมทีผู้นำสหรัฐฯ มีกำหนดเดินทางเยือนจีนระหว่างวันที่ 31 มี.ค. ถึง 2 เม.ย. ซึ่งถือเป็นการเยือนจีนครั้งแรกนับตั้งแต่ทรัมป์กลับมารับตำแหน่งเมื่อต้นปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่เมื่อวันอังคาร (17 มี.ค.) ว่า สหรัฐฯ และจีนกำลังหารือเพื่อกำหนดวันพบปะรอบใหม่กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยระบุว่าทางการจีน "ไม่มีปัญหา" กับการเลื่อนกำหนดการครั้งนี้ แม้ว่าจนถึงขณะนี้รัฐบาลปักกิ่งจะยังไม่ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการก็ตาม
"ผมตั้งตารอที่จะได้พบท่านประธานาธิบดีสีอยู่นะ แล้วผมก็คิดว่าเขาก็คงอยากเจอผมเหมือนกันแหละ" ทรัมป์กล่าว พร้อมเสริมว่าสถานการณ์ในปัจจุบัน "ต่างจากเมื่อก่อนเยอะ" เพราะสหรัฐฯ กับจีน "ทำงานเข้าขากันได้ดีมาก ๆ"
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การพบหารือรอบใหม่นี้ยังคงเป็นที่จับตาในหลายประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะหลังจากที่ทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงสงบศึกการค้าชั่วคราวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา คาดว่าวาระการประชุมจะครอบคลุมตั้งแต่เรื่องการค้า การขายอาวุธให้ไต้หวัน ไปจนถึงการผลักดันให้จีนซื้อสินค้าเกษตรอเมริกันเพิ่มเติม ซึ่งทรัมป์ต้องการใช้เป็นผลงานชิ้นสำคัญก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย.ปีนี้
สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้ทรัมป์ต้องเลื่อนแผนเยือนจีน สืบเนื่องจากภาวะสงครามกับอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนก.พ. ซึ่งส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดตายและสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดพลังงานโลก แม้ในช่วงแรกผู้นำสหรัฐฯ จะประเมินว่าการสู้รบอาจกินเวลาเพียง 4-5 สัปดาห์ แต่จนถึงขณะนี้สถานการณ์กลับยืดเยื้อและกรอบเวลาดังกล่าวเริ่มไม่แน่นอนมากขึ้น
ความตึงเครียดที่ลุกลามในตะวันออกกลาง ทำให้ก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้ออกโรงเรียกร้องให้จีนและชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ อย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เข้ามาช่วยคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่ลำเลียงน้ำมันดิบราว 20% ของโลก
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในวันอังคาร เมื่อเขาโพสต์ข้อความว่า สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านแล้ว และจะไม่ขอความช่วยเหลือจากพันธมิตรนาโต ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้อีกต่อไป
"เราจะคุ้มครองพวกเขานะ แต่พวกเขาไม่เห็นจะทำอะไรให้เราเลย โดยเฉพาะเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือเนี่ย" ทรัมป์กล่าวพาดพิงถึงสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ก่อนจะระบุว่า "ในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ประเทศที่ทรงอำนาจที่สุดในโลก ผมบอกเลยนะว่า เราไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใครหน้าไหนทั้งนั้น!"